INTERMACH 2016 > Home
Untitled Document
English (United States) ไทย (ไทย)
 นโยบายอุตสาหกรรม 4.0

'ขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต'


กับอุตสาหกรรมการวันนี้ ประเด็นสำคัญที่กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวคงหนีไม่พ้น นโยบาย 4.0 หลากหลายความเห็นความเข้าใจที่มีต่อการก้าวสู่ยุคใหม่ของการผลิต หรือ มิติข้างเคียงที่เกี่ยวข้อง วันนี้ ทีมงาน Horizon ได้รับเกียรติจาก ผอ. สมหวัง บุญรักษ์เจริญ สถาบัน ไทย-เยอรมัน (TGI) ให้เกียรติสละเวลามาให้สัมภาษณ์

ผอ. สมหวัง กล่าวถึงบทบาทของสถาบันไทย-เยอรมัน กับนโยบาย ไทยแลนด์ 4.0 “สถาบันไทย-เยอรมัน เป็นสถาบันเครือข่ายของกระทรวงอุตสาหกรรมโดยหน้าที่หลักจะสนับสนุนและส่งเสริมให้เกิดความเข้มแข็งกับอุตสาหกรรมปลายน้ำ อย่างอุตสาหกรรมแม่พิมพ์เรียกว่าเป็นอุตสาหกรรมแม่เพราะว่าทุกอย่างเกิดจากแม่พิมพ์ อีกตัวก็คืออุตสาหกรรมพ่อคืออุตสาหกรรมเครื่องจักรโดยแม่พิมพ์ก็จะเกิดจากเครื่องจักรอีกที ตัวเครื่องจักรก็จะรวมถึงหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ พอเริ่มเข้ายุคอุตสาหกรรม 4.0 ทางรัฐบาลก็กำหนดอุตสาหกรรมเป้าหมายไว้ เราเรียกว่า ‘อุตสาหกรรม s-curve’ มี 10 อุตสาหกรรม ทั้งตัวใหม่และตัวเดิมที่ยกระดับขึ้นไปโดยทางกระทรวงอุตสาหกรรมมอบหมายให้สถาบันไทย-เยอรมัน ดูเรื่องของหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติเป็นหลัก’’

“สำหรับความพร้อมในการก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ผู้ประกอบการคงดูที่อุตสาหกรรมเป้าหมาย s-curve ก็จะเป็นยานยนต์อนาคต ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ เพราะมีความพร้อมระดับหนึ่งแล้ว สามารถเข้า 4.0 ได้ ถ้าพูดถึง 4.0 ต้องทำความเข้าใจก่อนว่ามันคืออะไร เพราะว่าแต่ละคนก็ตีความไม่เหมือนกัน เนื่องจากสถาบันไทย-เยอรมันดูเรื่องเทคโนโลยีการผลิตก็จะเอาตัวเทคโนโลยีมาเป็นหลัก หากว่าจะไป 4.0 ตัวฐานต้องเป็น 3.0 ตัวเทคโนโลยีหลักๆ ของ 3.0 มีอยู่แล้วเช่นพวก ระบบอัตโนมัติ, หุ่นยนต์, เครื่องพิมพ์ 3 มิติ บางอุตสาหกรรมเรามีแล้ว หากจะขึ้นไป 4.0 ต้องมีเสาอีก 2 เสาคือ Internet of Things และ Big Dataต้องลงทุนจากฐานเดิมที่มีอยู่ ใส่ 2 ตัวนี้ลงไปตัวเครื่องมือเครื่องจักรก็จะสามารถคุยกันได้ เขาเรียกว่าเกิดการเชื่อมต่อกัน

สามารถเชื่อมโยงกัน ที่เรียกว่า ‘CPS’ (Cyber Physical System) คือทุกอย่างจะสามารถเชื่อมโยงกัน หากถามว่าเราพร้อมหรือไม่ หากเราเน้นไปที่อุตสาหกรรมที่พร้อมอย่างยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ เทคโนโลยีต่างๆ พร้อมอยู่แล้วก็ต้องดูอะไรเพิ่มเติมต่างๆ รวมถึงเรื่องของการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นหากว่าผู้ประกอบการไม่ขยับตัว”

ท่านผู้อำนวยการกล่าวต่อถึงบทบาทสำคัญของสถาบันสำหรับ คลัสเตอร์หุ่นยนต์ รวมถึงความสำคัญการยกระดับโรงงานเป็นโรงงานอัจฉริยะ หรือ Smart Factory “กระทรวงอุตสาหกรรมพยายามที่จะผลักดันมาตรการที่จะพัฒนาอุตสาหกรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติ ทั้งสนับสนุนผู้ใช้ สนับสนุนผู้ประกอบการคือผู้สร้าง ที่ในบ้านเราเรียกว่า ผู้ที่วางระบบเครื่องจักรให้ทำงานร่วมกัน (System Integrate) โดยเป็นเพียงขั้นของผู้วางระบบเครื่องจักรให้ทำงานร่วมกัน (integrator) ยังไม่ถึงขั้นของผู้ผลิตเครื่องจักร (builder) แต่ถ้า System Integrate เรามีประสบการณ์มากๆ มีตลาดดีๆ ต่อไปเขาก็ขยับเป็น builder ต่อไป โดยเราเป็นแกนกลางประสานกับหน่วยงานต่างๆ ที่จะช่วยกันขับเคลื่อนมาตรการที่ทางรัฐบาลกำหนดไว้ ตรงนี้ถือว่าเป็นตัวช่วยที่สำคัญโดยมีงบประมาณจากทางกระทรวงอุตสาหกรรมมาช่วยอีกแรง โดยอีกจุดหนึ่งนี้เป็นสิ่งที่เป็นนโยบายขอเราจะทำให้โรงงานต่างๆ เป็น smart factory ตอนนี้สถาบันมีระบบตัวอย่าง ของ smart factory ให้ดู โดยใครที่ยังไม่เข้าใจให้มาดูที่เรา ตอนที่มีการจัดงานครบรอบ 20 ปีของสถาบันมีการนำเสนอให้เห็นว่า cyber กับ physical สามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร เช่นคุณอยู่กรุงเทพ สามารถสั่งสินค้าจากมือถือ พอสั่งผลิตก็ผลิตได้เลยที่โรงงานที่ชลบุรี เราจะมีตัวอย่างให้ดูว่าในอุตสาหกรรม 4.0 จริงๆ ลักษณะของ production จะแตกต่างไป จากเดิมที่เราทำการผลิตครั้งละมากๆ (mass product) เยอะๆ แต่ถ้าเป็นใน 4.0 แล้ว เขาเรียกว่า ผลิตครั้งละมากๆ แต่เข้าใกล้ความต้องการเฉพาะอย่าง (mass customize) ก็ยังเป็น mass อยู่แต่ customize ให้กับลูกค้าได้แทนที่จะเป็น mass ใหญ่ๆ แต่เข้าใกล้ความต้องการเฉพาะอย่างมากขึ้น

ผอ. สมหวัง กล่าวต่อเนื่องเกี่ยวกับผู้ประการ SME กับการปรับตัว “ อย่างแรกต้องสร้างความรับรู้ก่อน ตอนนี้ไม่ห่วงแล้วเพราะไม่ว่างานไหนๆ ก็เจอ 4.0 ตลอด เขารับรู้กันได้ง่ายแล้ว สิ่งที่ตามมาต้องตระหนักว่าทิศทางมันไปแบบนี้แน่ ถ้าเขายังอยู่เฉยๆ เขาจะคุยกับคนอื่นไม่รู้เรื่องแล้วไม่ต้องทำธุรกิจแล้ว และต้องเรียนรู้ว่ามีเทคโนโลยีอะไร พร้อมต้องตัดสินใจที่จะก้าวไปสู่จุดนั้น เอามาลงทุน ซึ่งทาง สถาบันไทย – เยอรมัน ก็จะช่วยได้ อย่างเช่น SME ที่จะลงทุนหุ่นยนต์สักตัว เขาก็คิดมากนะเพราะว่าตัวเป็นล้าน เราก็จะมี software ว่าถ้าคุณซื้อตัวนี้มาประกอบตัวนี้ เพิ่มอะไรให้สมบูรณ์แล้ว ค่า productivity จะเป็นอย่างไร ROI (return on investment) เมื่อไหร่ สุดท้ายเป็นผู้ประการเอง คือต้องพัฒนาไปเรื่อยๆ ทำทีเดียวมันไม่ถึงเป้า ต้องทำไปเรื่อยๆ ในยุคสมัยนี้เทคโนโลยีมันไปเร็ว มันต้องพัฒนาตลอด”

ทิศทางอนาคตก็คงเป็นเรื่องของ automation ยังไงก็มาแน่นอนและเรื่องของ QCD (Quality, Cost, Delivery) ด้วย ส่วนของแรงงานเราก็ยังขาดทั้งปริมาณและคุณภาพ จากผลการศึกษาของยุโรป เขาพบว่าการนำเอา automation มาใช้ยิ่งเกิดการจ้างงาน พอเราเอาหุ่นยนต์ automation มาใช้ production cost มันลดลง product price ลดลง ความต้องการ product นั้นมากขึ้น พอความต้องการมากขึ้น การจ้างงานจะมากขึ้น อีก 5 ปีข้างหน้าแรงงานในบ้านเราก็ยังไม่เพียงพอ แต่ตัวเราเองก็ต้องพัฒนาให้ทันกับเทคโนโลยีด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะ gen z ยิ่งปรับตัวง่าย วันนี้แรงงานไทยยังมีความต้องการอยู่ เพียงแต่ในระยะการก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรม 4.0 ทักษะของผู้ประกอบการที่จะไปถึง smart factory เรายังมีเวลาพัฒนาตัวเองมากพอเพื่อให้ทันกับยุคอุตสาหกรรม 4.0 ทางภาครัฐเองก็ยังตระหนักในเรื่องนี้อยู่ ภาคการศึกษาเองก็สร้างแรงงานที่ตรงกับ s-curve มากขึ้น’’ ผอ. สมหวังกล่าวทิ้งท้ายในที่สุด